2007/Jul/21

อ่า...อ่านชื่อหัวข้อแล้วคงเห็นนะคะ นานๆเราจะแต่งฟิคนะเนี่ย  ขอไม่พูดมากตอนต้น แต่จะไปพูดมากเอาตอนท้ายแล้วกันนะคะ

 

คำเตือน

- ฟิคเรื่องนี้มันไร้สาระมาก อ่านจบแล้วหาสาระไม่ได้เลย ดังนั้น อย่าคิดมากค่ะ อย่า..คิด...มาก

- ฟิคเรื่องนี้อาจจะหวาน จนเน่า เลี่ยน เกินไป กรุณาทำใจก่อนค่ะ เพราะเราเตือนคุณแล้ว

- ฟิคนี้เป็นฟิค Yaoi คือชายกับชายนะคะ ใครรับไม่ได้ก็...แนะนำให้ผ่านค่ะ

 

 

 

Title : Stay by my side

Author : Sora

Rate : PG-13

Pairing : Tezuka Kunimitsu x Fuji Syusuke

Fandom : Prince of Tennis

 

 ---นานเท่าไหร่แล้ว ที่เฝ้ามองคนคนนั้น---

ไม่รู้ว่าคนคนนั้นกลายเป็นที่ดึงดูดใจไปตั้งแต่เมื่อไหร่

เมื่อไหร่กันนะ ที่คอยคิดถึงแต่คนคนนั้น เพราะอยู่ข้างๆมาโดยตลอดจึงไม่เคยสังเกต

เคยคิดว่าเป็นแค่ เพื่อนสนิท แต่เมื่อไหร่กัน ที่ความคิดนี้ค่อยๆเปลี่ยนไป...

จากแค่ห่วงใย กลายเป็นห่วงหา ใช่รึเปล่านะ ความรู้สึกนี้ ความรู้สึกที่ผมมีต่อเธอน่ะ ใช่ความรักรึเปล่า...

 

 --------------------------------------------------------------

โฮ่ย โฮ่ย ฟูจิ เป็นอะไรไปnya~ วันนี้นายเหม่ออีกแล้วnya~” เด็กหนุ่มผมแดงตะโกนเรียกเพื่อนของตนที่นั่งอยู่ข้างๆ หลังจากที่สังเกตมานานว่าคนคนนี้นั่งเหม่อมาได้พักใหญ่ๆแล้ว

 

อ..เอ๋? เอ่อ ก็..ไม่มีอะไรหรอก ผมแค่คิดอะไรเพลินๆน่ะ ร่างบางเจ้าของชื่อตอบ ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่จะให้บอกได้อย่างไรว่ากำลังคิดถึงคนคนนั้นอยู่ ความรู้สึกที่สับสนมานาน คิดยังไงก็คิดไม่ออกเสียที เป็นแค่เพื่อน หรือมากกว่านั้น...

 

อืม เหรอ แต่ฉันว่าวันนี้นายแปลกๆไปnya~ ไม่สบายรึเปล่าnya~” ยังไงก็ยังไม่วางใจ เพราะคนตรงหน้าน่ะ ท่าทางเหมือนกับคนมีอะไรในใจงั้นแหละ เวลามีอะไรก็ชอบยิ้มกลบเกลื่อนทุกที

 

ผมไม่เป็นไรจริงๆ เอย์จิน่ะ คิดมากเกินไปแล้วนะ สงสัยจะอยู่กับโออิชิมากไป แต่ยังไงก็ขอบคุณนะที่เป็นห่วง ฟูจิหันมายิ้มให้ รอยยิ้ม...ที่สามารถปิดบังความรู้สึกที่แท้จริงได้

 

งั้นก็ตามใจ ฉันแค่จะชวนนายไปเข้าชมรมเท่านั้นเองnya~ ถ้าไปสายเดี๋ยวเทะสึกะก็สั่งให้วิ่งรอบสนามอีกnya~” คิคุมารุพูดพลางลุกขึ้นสะพายกระเป๋า เตรียมตัวเดินออกจากห้อง

 

 

อ่า นั่นสินะ ถึงเวลาเข้าชมรมแล้วนี่นา เด็กหนุ่มสะพายกระเป๋าแล้วเดินตามเพื่อนของเขาไป

 

 ------------------------------------------------------------

 

ที่คอร์ทเทนนิส พวกตัวจริงกำลังซ้อมกันอย่างขะมักเขม้นเช่นเคย ทุกๆคนดูท่าทางมุ่งมั่นกับการแข่งที่จะมาถึงในไม่ช้า แต่แล้วสายตาของร่างบางก็เหลือบไปเห็น...คนที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดทั้งบ่าย ต้นเหตุที่ทำให้เขาเหม่อจนคิคุมารุอดบ่นไม่ได้...กัปตันชมรมเทนนิสแห่งนี้ เทะสึกะ คุนิมิสึ 

 

เฮ้ ทุกคน วันนี้ฉันไม่ได้มาสายnya~ เดี๋ยวฉันจะออกมาซ้อมกับนายnya~ โออิชิ~~” ไม่ทันไรคนที่ได้ฉายาสัตว์เลี้ยงประจำชมรมก็พูดขึ้นเสียงดัง พลางรีบวิ่งเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า 

 

 

ไงฟูจิ วันนี้คิคุมารุดูท่าทางร่าเริงจังนะเทะสึกะเดินเข้ามาทักทายร่างบางที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากห้องชมรม

 

อ..อื้ม เอย์จิก็เป็นแบบนี้ทุกวันแหละ ร่างบางอึกอักเล็กน้อย จู่ๆเทะสึกะก็เดินเข้ามาทักโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว เป็นใครก็พูดไม่ออก หรือว่าที่ไม่ทันเห็นว่าคนตรงหน้าเดินเข้ามาก็เพราะว่าเอาแต่เหม่อกันนะ

 

ฟูจิ วันนี้นายดูแปลกไปนะ ไม่สบายรึเปล่า ถ้ายังไงวันนี้จะพักก็ได้ร่างสูงมองคนตรงหน้าอย่างสงสัย พักนี้ฟูจิเป็นอะไรไป เหมือนจะเหม่อบ่อยขึ้น

 

ฮะฮะ เทะสึกะนี่พูดเหมือนเอย์จิเลยนะ ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่ผมไม่เป็นไรจริงๆ ฟูจิยิ้มบางๆเพื่อให้เทะสึกะคลายสงสัย วันนี้เขาเจอคำถามแบบนี้กี่รอบแล้วก็ไม่รู้

 

อืม ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว งั้นรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมาซ้อมกันนะ เทะสึกะเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นรอยยิ้มของร่างบาง รอยยิ้ม...ที่ไม่ว่าจะเคยเห็นกี่ครั้งแล้วก็ยังทำให้ใจเต้นได้เสมอ ทำไมกัน...

 

อื้อ ร่างบางตอบสั้นๆแล้วเดินหายเข้าไปในห้องชมรมเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที สวนกับคิคุมารุที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาอย่างกระตือรือร้น ...ช่างเป็นคนที่ดูสนุกกับทุกๆอย่างเสียจริง...

 

ไม่นานนักร่างบางก็เดินออกมาพร้อมกับชุดนักกีฬาตัวจริง ฟูจิเดินเข้าไปหาเทะสึกะที่ยืนรอเขาอยู่ข้างๆคอร์ท ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มซ้อมเทนนิสด้วยกัน

 

...ผมสนิทกับเธอขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เราสนิทกันเพราะเล่นเทนนิสเหมือนกันรึเปล่า...

เธอพูดคุยกับผม ทำให้ใจผมเต้นแรงเสมอๆ เพราะว่าเทนนิสรึเปล่าที่ทำให้เธอเข้ามาคุยกับผมน่ะ

เทะสึกะ ผมรู้สึกยังไงกับเธอกันนะ แม้แต่ผมเองก็ยังไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเลย ความรู้สึกที่ผมมีให้เธอ

เธอทำอ่อนโยนกับผม เพราะอะไร ผมจะคิดเข้าข้างตัวเองได้มั้ย ว่าเธอเองก็รู้สึกกับผมเหมือนที่ผมรู้สึกกับเธอ

 ------------------------------------------------------------

เวลาล่วงเลยไปจนถึงตอนเย็น สมาชิกส่วนใหญ่เตรียมตัวกลับบ้านหลังจากการซ้อมอันเหน็ดเหนื่อย ฟูจิเองก็เช่นกัน ถึงแม้จะเคยซ้อมกับเทะสึกะมาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ว่าจะซ้อมกี่ครั้ง ก็ยังรู้สึกเหนื่อยมากกว่าซ้อมกับตัวจริงคนอื่นๆอยู่ดี

 

ฟูจิ...กลับบ้านด้วยกันนะเทะสึกะเอ่ยชวน แม้จะเป็นคำชวนสั้นๆ แต่ร่างสูงก็ยังมีท่าทีที่อึกอักเล็กน้อย คนตรงหน้า มองยังไงก็งดงามไม่ต่างไปจากผู้หญิง รอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้งแล้วก็ไม่เคยเบื่อ อยากอยู่ข้างๆคนคนนี้ ทั้งน่าปกป้อง น่าทะนุถนอม

 

อื้ม ยังไงผมก็กลับบ้านกับเธอทุกวันอยู่แล้วนี่นา ร่างเล็กตอบตกลงทันที มีความสุขทุกๆครั้งที่ได้เดินเคียงข้างคนคนนี้ คำชวนที่เทะสึกะเอ่ยทุกวัน ซึ่งเขาเองก็ไม่เคยที่จะกล่าวปฏิเสธเลยสักครั้งเดียว

 

หลังจากที่จัดการเรื่องต่างๆในชมรมเสร็จแล้ว ทั้งสองก็พากันเดินออกจากโรงเรียน ผ่านเส้นทางอันคุ้นเคย แม้ทั้งคู่จะไม่ใช่คนช่างพูดนัก แต่การที่ได้เดินกลับบ้านด้วยกันก็ทำให้รู้สึกดี โดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำพูดใดๆออกมา

 

ในระหว่างที่เดินด้วยกันนั้นเทะสึกะปรายตามองฟูจิเป็นครั้งคราว บรรยากาศตอนเย็นยามพระอาทิตย์ตกดิน ท้องฟ้าสีออกส้มแดง แสงแดดที่ไม่แรงนัก สะท้อนกับเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนของคนที่ตัวเล็กกว่าช่างดูงดงาม ใบหน้าหวานนี้ ไม่ว่าจะมองกี่ครั้ง ก็ยังดูน่าหลงใหลเสมอ

..เพราะนายอยู่เคียงข้างฉันมาตลอดรึเปล่า ที่ทำให้สายตาที่ฉันมองนายเปลี่ยนไป

ความรู้สึกลึกๆของหัวใจ สับสนเหลือเกิน มันกลายเป็นเรื่องปกติไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ทุกวัน เราจะต้องเดินกลับบ้านด้วยกันน่ะ

 

เอ ผมต้องแยกกับเธอตรงนี้สินะ เทะสึกะร่างบางเอ่ยขึ้น รู้สึกเสียดาย ที่ไม่ได้เดินด้วยกันนานกว่านี้ อยากอยู่กับคนตรงหน้าให้นานกว่านี้ ไม่เคยพอ ...ไม่เคยพอจริงๆ ไม่ว่าจะได้อยู่กับเทะสึกะนานแค่ไหนก็ไม่เคยพอ ผมนี่ช่างเป็นคนที่โลภมากเสียจริงๆ...  

 

แล้วนายจะให้ฉันไปส่งถึงบ้านมั้ยล่ะ หืม ถึงแม้ว่าร่างบางจะพยายามซ่อนน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความรู้สึกเสียดายแค่ไหนก็ตาม แต่เทะสึกะก็สามารถรับรู้ได้ น้ำเสียงแบบนี้ของร่างบาง เขามักได้ยินเสมอเมื่อถึงเวลาต้องแยกจากกัน ที่จริงร่างสูงก็ไม่ได้รู้สึกแตกต่างจากฟูจิเลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกแบบนี้...เข้าใจดีต่างหาก...

 

เอ๋ ได้เหรอ!! ...เอ่อ...แต่ผมว่าจะรบกวนเทะสึกะมากไปนะ แค่ตรงนี้ก็ได้ ฟูจิรู้สึกตัวว่าไม่ควรรบกวนคนคนนี้มากไปกว่านี้ แค่ได้เดินด้วยกันทุกวันก็ทำให้มีความสุขมากพออยู่แล้ว เขาไม่อาจเห็นแก่ตัวรั้งเทะสึกะไว้ได้นานกว่านี้

 

ไม่เป็นไรหรอก ยังไงฉันก็ไม่ได้รีบกลับอยู่แล้ว ได้เดินด้วยกันอีกหน่อยก็ดีไม่ใช่รึไงเทะสึกะยิ้มบางๆพลางขยี้ผมของฟูจิเบาๆ

 

 อื้ม ดีสี ดีมากๆเลย ผมชอบนะ...เวลาที่ได้เดินกลับบ้านกับเทะสึกะน่ะ 

 

 ? หลังจากที่ร่างเล็กพูดจบ ร่างสูงสังเกตเห็นว่าตัวคนพูดหน้าติดจะแดงหน่อยๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแสงอาทิตย์ที่ส่องมากระทบกับใบหน้าหวานของร่างบางหรือว่าเพราะฟูจิหน้าแดงจริงๆกันแน่ ถ้าใช่...ฟูจิจะรู้สึกเหมือนกับที่เขารู้สึกรึเปล่า

 

และทั้งสองคนก็เดินด้วยกันต่อไปเรื่อยๆ ไม่นานนักก็ถึงบ้านของฟูจิ ทั้งคู่รู้สึกว่าเวลาช่างผ่านไปเร็วนัก เวลาที่มีความสุข มักผ่านไปเร็วเสมอ

 

ผมลาตรงนี้นะ เธอแน่ใจเหรอว่าจะไม่เข้าไปในบ้านก่อนน่ะ ฟูจิเอ่ยถามขึ้น ทั้งๆที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว ยังไงเทะสึกะก็คงเกรงใจที่จะต้องเข้าไปในบ้านของเขาอยู่ดี

 

อืม ไม่เป็นไรหรอก งั้นฉันกลับแล้วนะ เจอกันพรุ่งนี้ล่ะ

 

โชคดีนะเทะสึกะร่างเล็กเอ่ยขึ้นพลางโบกมือให้ก่อนที่เทะสึกะจะเดินพ้นบ้านของเขาไป  ฟูจิคิดว่าบางทีการได้อยู่เคียงข้างกันโดยที่ไม่รู้ความรู้สึกลึกๆของตัวเองก็เป็นเรื่องดีไม่น้อย ไม่ต้องคิดมากอะไร มีความสุขที่ได้เป็นแบบนี้...

 

หลังจากเฝ้ามองเทะสึกะเดินจนลับไปร่างบางจึงเดินเข้าบ้าน อีกวันผ่านไป ความรู้สึกที่ยังคงติดอยู่ในใจ ไม่เข้าใจเลย คนคนนี้กลายเป็นคนสำคัญในชีวิตไปได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ มารู้สึกตัวอีกทีก็ขาดคนคนนี้ไม่ได้ซะแล้ว

 

------------------------------------------------------------

- รุ่งเช้า-

เทะสึกะตัดสินใจที่จะเดินไปรับฟูจิที่บ้าน โดยปกติเขาไม่ค่อยได้ไปโรงเรียนกับคนคนนี้เท่าไหร่ เพราะเกรงว่าจะต้องทำให้ฟูจิเป็นฝ่ายรอ เขาไม่ใช่คนที่มาเช้ามากแบบโออิชิ หลังจากที่ส่งข้อความไปบอกแล้ว ร่างสูงก้าวเดินไปตามเส้นทางที่คุ้นเคย ไปยังบ้านของฟูจิ  ใช้เวลาเดินทางไม่นานนักเทะสึกะก็มาถึงจุดหมาย เขาค่อนข้างจะตกใจเล็กน้อยที่ร่างบางออกมายืนรอเขาที่หน้าบ้านพร้อมกับรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์

 

อรุณสวัสดิ์ฟูจิ ขอโทษที่บอกกะทันหันนะ แล้วก็ขอโทษที่ทำให้รอด้วย ว่าแต่ ทำไมนายต้องออกมารอฉันหน้าบ้านด้วย รอข้างในไม่ดีกว่าเหรอ เขาตัดสินใจกล่าวคำขอโทษกับคนตรงหน้าที่ทำให้ต้องมารอ

 

อื้อ อรุณสวัสดิ์ ไม่เห็นต้องขอโทษเลยนี่นา ผมเองก็เพิ่งออกมา ผมแค่อยากมายืนรับลมข้างนอกน่ะ อีกอย่างถ้าเธอมาถึงเราจะได้ไปกันเลยไง ร่างเล็กเอ่ยอย่างอารมณ์ดี เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่จู่ๆเทะสึกะก็ส่งข้อความมาบอกว่าวันนี้จะมารับที่บ้าน แต่ก็ดีใจ ดีใจมาก

 

งั้นก็ไปกันเลยสิร่างสูงเอ่ย อดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับความน่ารักของคนตรงหน้า เพราะแบบนี้สินะ ใครๆถึงอยากอยู่ใกล้นาย ฟูจิ...นายรู้มั้ย ว่าฉันอยากอยู่ใกล้นายมากแค่ไหน อยากเป็นคนสนิทของนายมากแค่ไหน อยากเป็นคนที่อยู่เคียงข้างนาย

 

ทั้งสองเดินไปด้วยกัน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับทั้งคู่ การที่มีคนคอยอยู่เคียงข้าง พูดคุยกัน ทำอะไรหลายๆอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ก็สามารถทำให้หัวใจพองโตได้

...แค่เพื่อนธรรมดาคนหนึ่ง จริงๆน่ะเหรอ สำหรับผม เธอเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นน่ะเหรอ เทะสึกะ...

อดคิดไม่ได้ว่าถ้าไม่ใช่แค่เพื่อน แล้วสำหรับผม เธอเป็นอะไรกันแน่

มากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่คนรัก...งั้นสินะ

 

------------------------------------------------------------

 

เฮ้ๆ ฟูจิ เทะสึกะ ไหงพวกนายถึงมาโรงเรียนด้วยกันได้nya~” ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์เลี้ยงประจำชมรมเอ่ยทักทายหลังจากที่เห็นทั้งสองคนเดินมาด้วยกันที่หน้าประตูโรงเรียน ...น่าแปลก ถึงสองคนนี้จะสนิทกันยังไงก็เถอะ แต่ไม่ค่อยเห็นมาโรงเรียนด้วยกันแฮะ... แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก

อรุณสวัสดิ์เอย์จิ ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่อยากมีเพื่อนเดินมาโรงเรียนเท่านั้นเอง ฟูจิชิงตอบก่อนที่เพื่อนผมแดงจะทันได้ถามอะไรมากไปกว่านี้

 

อืม เหรอ ช่างเถอะ ไปที่ห้องกันเถอะnya~ ฉันยังมีการบ้านที่ไม่เข้าใจอยู่ตั้งเยอะแน่ะ รอนายมาช่วยสอนอยู่พอดีเลยล่ะnya~” ถึงแม้สีหน้าจะไม่ค่อยเชื่อสนิทนัก แต่เพราะมีเรื่องที่สำคัญกว่า คิคุมารุจึงเลิกสนใจเรื่องการมาโรงเรียนด้วยกันของทั้งสองคนไปโดยปริยาย

 

 

ฮะฮะ ถ้าเอย์จิรอผมมาโรงเรียนได้ทำไมไม่ไปถามโออิชิล่ะ ผมว่าโออิชิน่าจะสอนเธอได้ดีกว่าผมนะฟูจิหัวเราะเบาๆกับท่าทีขี้สงสัยเหมือนเด็กๆของเพื่อนร่วมห้องของตน

 

อืม งั้นผมไปก่อนนะเทะสึกะ ไว้เจอกันที่ชมรมตอนเย็นแล้วกัน ขอบคุณที่มาโรงเรียนกับผมนะร่างบางเอ่ยขึ้นก่อนที่จะถูกคิคุมารุกึ่งดึงกึ่งลากไปยังห้องเรียน

 

อ..อื้อ เทะสึกะพูดขึ้นเบาๆ ทั้งๆที่เจ้าตัวคิดว่ากำลังจะเอ่ยปากชวนฟูจิไปทานข้าวด้วยกันในตอนกลางวัน แต่มันก็คงจะช้าเกินไปซะแล้ว ไม่รู้ทำไมถึงอยากใกล้ชิดกับคนคนนี้นัก ยิ่งช่วงนี้เขาสังเกตว่าฟูจิดูแปลกๆไป ไม่ว่าจะเป็นคำพูดแปลกๆ หรือการที่ร่างบางจะดูเหม่อลอยมากกว่าปกติก็ตาม

 

ร่างสูงเดินก้าวช้าๆเพื่อขึ้นไปที่ห้องเรียน เขาไม่มีความจำเป็นต้องรีบเหมือนคิคุมารุ ขายาวก้าวไปเรื่อยๆ ในขณะที่จิตใจก็คิดไปถึงคนอีกคน ไม่ว่าอย่างไรก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าตัวเองรู้สึกยังไง แล้วเขาเองก็ไม่ใช่คนที่จะแสดงออกทางการพูดซะด้วย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่กัปตันแห่งเซงาคุคนนี้จะตัดสินใจได้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะของทีม ยังไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเอง บางครั้งก็รู้สึกอยากจะโอบกอดร่างอันบอบบางของคนคนนี้ไว้ แต่ในบางครั้งก็อยากจะยืนดูการกระทำต่างๆของคนคนนี้ เพียงแค่ได้มอง ก็มีความสุขแล้ว เคยรู้สึกว่าไม่ต้องการมากไปกว่านี้ แต่เพราะอะไร ทำไมหัวใจถึงได้เรียกร้องมากขึ้น อยากเป็นแค่เพื่อน หรือว่ามากกว่าเพื่อนกันนะ...

 

  ------------------------------------------------------------

ฟูจิรู้สึกว่าเวลาเรียนในช่วงเช้านั้นช่างยาวนานเหลือเกิน แต่ทำไมเวลาที่ได้อยู่กับเทะสึกะถึงสั้นนั้น ...เป็นเพราะความรู้สึกสินะ บางทีคนเราก็เพลิดเพลินกับการทำบางสิ่งบางอย่างมากเกินไปจนลืมเวลา... อยากให้ถึงตอนเย็นเร็วๆ อยากเจอกับคนคนนั้นอีก... หลายต่อหลายครั้งที่เจ้าตัวพยายามขับไล่ความคิดนี้ออกไปจากหัวสมองและมีสมาธิกับการเรียนมากขึ้น แต่สุดท้ายก็กลับมาคิดถึงเรื่องเดิมๆอีกจนได้

 

...ไม่ว่าอย่างไรก็เลิกคิดไม่ได้ ยังตัดสินใจไม่ได้เลยว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่...

เธอจะตอบผมได้มั้ยนะ เทะสึกะ เธอจะรู้มั้ยว่าผมคิดยังไงกับเธอ

บางทีถ้าผมไปถามเธอตรงๆ ผมอาจจะได้คำตอบที่ชัดเจนขึ้นก็ได้

เรื่องบางอย่างที่ถึงแม้ตัวเองก็ยังไม่รู้ แต่มันก็ไม่แน่ว่าคนอื่นจะไม่รู้เสมอไปนี่นา...

เฮ้ เฮ้ ฟูจิ นายเหม่ออีกแล้วnya~ เช้านี้นายเหม่อเป็นรอบที่28แล้วnya~ ฉันแอบนับไว้ล่ะnya~”คิคุมารุพูดขึ้นเสียงดังหลังจากที่ได้เวลาพักกลางวัน เริ่มรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่เพื่อนสนิทของตนเอาแต่เหม่อมาตั้งแต่เช้า อดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆเรื่องนิสัยที่แปลกไปของคนตรงหน้า

 

หืม ผมเหม่อมากขนาดนั้นเลยเหรอเอย์จิ ขอโทษทีนะ พอดีช่วงนี้มีเรื่องต้องคิดนิดหน่อยน่ะ คนที่ถูกเรียกชื่อถามขึ้นลอยๆ เหมือนจะรู้คำตอบดีอยู่แล้วว่าตัวเองเหม่อมานานแค่ไหน

 

นี่ๆ ถ้านายมีเรื่องไม่สบายใจอะไรล่ะก็nya~ ปรึกษาฉันคนนี้ได้เสมอnya~”ถามขึ้นเพราะว่ารู้สึกว่าช่วงนี้เพื่อนของเขาดูแปลกไปจริงๆ เพราะรอยยิ้มนั่น ทำให้ไม่มั่นใจเลยว่าคนคนนี้คิดอะไรอยู่กันแน่

 

อื้ม ขอบคุณนะเอย์จิ เอาไว้ผมจะปรึกษาเอย์จินะ ตอนนี้ทานข้าวกลางวันกันก่อนเถอะคนที่ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะของชมรมเทนนิสพูดเปลี่ยนเรื่อง

 

นั่นสิnya~ ฉันก็หิวแล้ว คนผมแดงเริ่มเออออด้วย

 

จากนั้นทั้งคู่จึงเริ่มทานอาหารกลางวันด้วยกัน ฟูจิที่ปกติจะเป็นคนที่ทานไม่มากอยู่แล้ว แต่วันนี้คิคุมารุสังเกตว่าเพื่อนของเขาทานน้อยกว่าปกติ ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ ...ฟูจิต้องมีเรื่องไม่สบายใจอย่างแน่นอน ปกติเพื่อนคนนี้ไม่ใช่คนที่จะมีปัญหาให้คิดอะไรมากมาย... คิดเอาไว้แล้วว่า ไม่ว่ายังไงวันนี้ก็ต้องถามเจ้าตัวให้รู้เรื่องให้ได้

 

------------------------------------------------------------

 

นี่เอย์จิ...ไปที่ดาดฟ้าตึกเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ ฟูจิตัดสินใจเอ่ยชวนก่อนที่คนตรงหน้าจะทันถามอะไร เขาไม่อาจเก็บเรื่องเหล่านี้ไว้คนเดียวได้อีกต่อไป คิดยังไงก็คิดไม่ออก บางที คนเราก็ไม่รู้ใจตัวเอง

 

เอ๋ อืม เอางั้นเหรอ ได้สิๆnya~” คิคุมารุรู้สึกงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนคนนี้ จู่ๆนึกจะชวนไปไหนก็ไม่ให้ได้ทันตั้งตัวเลย

 

ผมมีเรื่องอยากจะปรึกษาเอย์จิหน่อยน่ะ ร่างบางเอ่ยพลางลุกขึ้นเดินนำไปที่ดาดฟ้าโดยมีเพื่อนผมแดงตามไป

 

ไม่นานนักทั้งสองคนก็มาถึงดาดฟ้าโรงเรียน ลมเย็นพัดกระทบกับหน้าของร่างบางเบาๆ ให้ความรู้สึกสบายๆ ผมสีน้ำตาลอ่อนพลิ้วไหวไปมา ฟูจิสามารถหาบรรยากาศดีๆแบบนี้ได้จากที่นี่เสมอๆ

 

ตกลงว่านายมีเรื่องอะไรจะปรึกษาฉันงั้นเหรอnya~” คนที่เดินตามมาเอ่ยถามอย่างร่าเริง เขาเองก็เคยมาที่นี่กับฟูจิบ่อยๆ เวลาที่ต้องการความสงบ ไม่มีที่ไหนเหมาะจะคุยกันเงียบๆเท่าที่ตรงนี้อีกแล้ว

 

เอย์จิรู้มั้ย...ว่าคนเราน่ะ บางทีก็ไม่รู้ใจตัวเองนะ ฟูจิเอ่ยขึ้นลอยๆ ใบหน้าสวยเหม่อมองไปยังท้องฟ้า

 

ไม่หรอกnya~ ฉันว่าไม่ว่ายังไงnya~ ก็ไม่มีใครรู้ใจตัวเองดีเท่าตัวเองอีกแล้วล่ะnya~” เอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดีพลางแหงนหน้ามองท้องฟ้า ...แหงล่ะ ก็ใจตัวเองนี่ จะไม่รู้ได้ยังไง...

 

หืม? แล้วถ้าผมบอกว่าผมไม่รู้ล่ะ ความรู้สึกของตัวเองน่ะ สับสนไปหมด ไม่รู้ว่ารู้สึกยังไงกับคนคนนั้น ร่างบางพูดประโยคหลังเบาๆราวกับว่าไม่อยากให้ใครได้ยิน

 

แต่ฉันว่านายรู้nya~ฟูจิ เพียงแต่ว่านายไม่ยอมรับมันมากกว่าnya~” เหมือนคิคุมารุจะได้ยินประโยคหลัง แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่เสียงที่เบาพอๆกับเสียงลมก็เถอะ ...ที่แท้เพื่อนสนิทของเขาคนนี้ก็กังวลเรื่องนี้อยู่นี่เอง...

 

หึ งั้นเหรอ ที่แท้ผมก็ไม่ยอมรับเองสินะ ผมควรทำยังไงดีล่ะเอย์จิ ฟูจิหัวเราะเบาๆ เขาคิดกับเทะสึกะมากกว่าเพื่อนจริงๆสินะ แต่ทำไมต้องไม่ยอมรับด้วย ทำไมถึงต้องปฏิเสธใจตัวเองมาโดยตลอดว่ามันไม่ใช่ ทำไม...หรือเพราะกลัวว่าจะเสียใจหากพูดออกไปกันนะ เพราะอะไรกัน...

 

อื้ม นายก็ยอมรับซะสิ ง่ายจะตายไปnya~ ไม่เห็นต้องคิดมากเลยนี่nya~” เจ้าของฉายาสัตว์เลี้ยงประจำชมรมยังคงพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง พยายามไม่อยากให้เพื่อนของเขาคนนี้ต้องคิดมาก

 

เอ...พูดมาตั้งนานแล้วฉันยังไม่รู้เลยว่านายรู้สึกยังไงกับใครnya~” คิคุมารุถามถามขึ้นหลังจากที่นึกขึ้นได้ว่าฟูจิยังไม่ได้บอกเขาเกี่ยวกับเรื่องความรู้สึกที่มีให้ใครบางคนเลย ใครกันที่ทำให้เพื่อนของเขารู้สึกสับสนในตัวเองได้มากถึงเพียงนี้

 

อ..เอ่อ ผมก็แค่...ไม่มั่นใจเฉยๆน่ะ ไม่มั่นใจว่ารู้สึกยังไงกับคนคนนั้น ไม่รู้ว่าเป็นแค่เพื่อน หรือมากกว่านั้นกันแน่ คนที่ถูกถามมีอาการอึกอักเล็กน้อย ไม่รู้ว่าควรจะบอกให้เพื่อนคนนี้รู้ดีไหม แต่ก็อยากจะยอมรับกับตัวเองจริงๆเสียที ไม่อยากหลอกตัวเองอีกต่อไป...

 

แล้วคนคนนั้นน่ะ เป็นใครกันnya~”

 

ค..คือ ถ้าเอย์จิรู้จะคิดว่าผมแปลกมั้ย ที่จริง...คนคนนั้นน่ะ...เอ่อ ก็คือ...เทะสึกะน่ะตัดสินใจบอกไป แต่ก็อดที่จะถามไม่ได้ เพราะว่าเชื่อใจ ยังไงเพื่อนคนนี้คงไม่ทำให้เขาผิดหวังอยู่แล้ว อยากให้เรื่องที่คาใจอยู่มันจบลงเสียที

 

เอ๋? เทะสึกะน่ะnya~ อืม แต่ฉันไม่ว่านายแปลกหรอกnya~ ยังไงดีล่ะ ถ้านายชอบหมอนั่น ก็บอกไปตรงๆเลยสิ คิคุมารุมีท่าทีแปลกใจเล็กน้อย แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่เคยคิดว่าฟูจิเป็นคนแปลก ในชมรมมีคนที่แปลกกว่าฟูจิอยู่อีกตั้งหลายคน อย่างเช่นคนที่ชอบทำน้ำผักอย่างอินูอิ เรื่องแค่นี้นับว่าธรรมดา

 

จะให้ผมบอกเทะสึกะไปตรงๆเลยน่ะเหรอ แต่...ถ้าเทะสึกะไม่ได้คิดเหมือนกับผมล่ะ แล้วเราจะยังเป็นเพื่อนกันได้อีกเหรอ อย่างไรก็ตามก็ยังไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ดี ถึงแม้ว่าการกระทำที่เทะสึกะแสดงออกมามันจะทำให้มีความสุขมากแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าเกิดมันไม่ใช่ขึ้นมาล่ะ ...ทุกอย่างก็คงจบลงจริงๆ...

 

อื้อ บอกไปเลยสิ บอกเลยๆnya~ ฉันเชื่อว่ายังไงเทะสึกะต้องคิดแบบเดียวกับนายแน่ๆ ถ้าไม่บอกไปแล้วหมอนั่นจะรู้เหรอ นายไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อยnya~ เทะสึกะถึงจะไม่ยอมเป็นเพื่อนกับนายnya~” พยายามพูดให้ฟูจิมีความมั่นใจมากขึ้น แม้จะยังไม่ค่อยแน่ใจเรื่องเทะสึกะก็ตาม

 

ฮะฮะ นั่นสินะ ผมไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย เราถึงจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้น่ะ ขอบคุณนะเอย์จิ เธอทำให้ผมคิดอะไรได้มากขึ้นเยอะเลย แล้วผมจะไปพูดกับเทะสึกะนะฟูจิหัวเราะตัวเองเบาๆ เขาช่างเป็นคนที่คิดมากอะไรอย่างนี้นะ

 

อื้ม อย่างนี้แหละถึงค่อยสมกับเป็นนายขึ้นมาหน่อยnya~ เราไปกันเถอะ ฉันว่าน่าจะใกล้หมดเวลาพักแล้วnya~” คิคุมารุกล่าวพลางจูงมือเพื่อนของเขากลับไปยังห้องเรียน

 

 

 ฟูจิไม่กล่าวอะไร ร่างบางเดินตามแรงดึงเบาๆของคนตรงหน้าไป ในใจยังคงคิดถึงเรื่องที่ตัวเองควรจะทำ 

...นั่นสิ...ถ้าไม่พูดออกไป แล้วใครจะรู้กันล่ะว่ารู้สึกยังไง...

ตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าอย่างไรผมก็ต้องบอกเธอให้ได้

ถ้าไม่ยอมลงทุนอะไรเลย ก็คงไม่ได้กำไร ถ้าไม่เสี่ยงดู เรื่องนี้ก็คงไม่มีวันจบ

ผมไม่อยากนั่งเหม่อคิดถึงเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว ต้องยอมรับสินะ ความรู้สึกของตัวเอง

คงต้องบอกแล้วสินะ ว่าผมน่ะ รักเธอ...เทะสึกะ

------------------------------------------------------------

 

ทางด้านเทะสึกะ เขาเองก็รู้สึกว่าการเรียนวันนี้ช่างดูน่าเบื่อและยาวนานนัก ไม่ว่าจะเป็นคาบเช้าหรือคาบบ่าย เรื่องเดิมๆยังวนเวียนอยู่ในหัว เรื่องเมื่อตอนพักกลางวัน...

 

หลังจากที่ร่างสูงตัดสินใจที่จะไม่ทานอาหารกลางวันในห้อง เขาเดินออกมานั่งใต้ต้นไม้บริเวณข้างๆตึกเรียน บรรยากาศอันเงียบสงบ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะลงมานั่งทานอาหารข้างล่างนี่ เวลาแบบนี้ เหมาะที่จะคิดเรื่องของคนคนนั้นเสียจริงๆ

 

ผ่านไปไม่นานเทะสึกะก็ทานอาหารเสร็จ เจ้าตัวเห็นว่ายังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะได้เวลาเข้าเรียนจึงตัดสินที่จะที่นั่งอยู่ที่นี่ต่อ

 

เฮ้ ไงเทะสึกะ ฉันไม่คิดว่านายจะชอบมานั่งอยู่ตรงนี้ตอนพักกลางวันนะเนี่ย ผู้มาใหม่กล่าวหลังจากที่เห็นกัปตันชมรมเทนนิสนั่งอยู่ในที่ประจำของตน

 

อืม ก็เพิ่งเคยมาครั้งแรกนี่แหละ แค่อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศน่ะ นายเองดูท่าจะไม่ค่อยชอบอยู่ในห้องเรียนเหมือนกันสินะถึงได้มาที่นี่ได้น่ะ โออิชิเจ้าของชื่อเอ่ยถาม รู้สึกตกใจเล็กน้อยที่เจอเพื่อนในชมรมที่นี่ แต่ร่างสูงก็ไมได้ใส่ใจอะไรมากนัก

 

ก็คงงั้นนะ ก็ตรงนี้มันที่ประจำของฉันนี่นา ฮะฮะ พอดีวันนี้รีบเลยไม่ได้มาทานข้าวตรงนี้ แต่รู้สึกว่ายังไงมันก็ต้องมาให้ได้ก็เลยว่าจะมานั่งเล่นซักหน่อย โออิชิพูดพลางหัวเราะ การเจอกันนอกเวลาชมรมของเขาและกัปตันคนนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ พูดได้ว่าถ้าไม่อยู่ห้องเดียวเหมือนกับคิคุมารุและฟูจิแล้วล่ะก็คงไม่มีทางเจอกันเลย

 

เหรอ...งั้นก็ขอโทษทีนะที่มาแย่งที่นายนั่งน่ะ

 

อ่า ไม่หรอก ฉันไม่ได้คิดมากขนาดนั้นซักหน่อย อืม เทะสึกะ ฉันว่าช่วงนี้นายดูเครียดๆนะ เป็นอะไรมากรึเปล่า ถ้าเรื่องชมรมน่ะไม่ต้องห่วงหรอก พวกเราทุกคนต้องทำได้อยู่แล้วล่ะ พูดพลางลงนั่งข้างๆเทะสึกะ เขาทนไม่ได้หลังจากที่เห็นว่าคนตรงหน้าท่าทางแปลกๆไปหลายวันแล้ว ดูเหม่อลอยผิดปกติ

 

... ร่างสูงไม่นิ่งเงียบไม่ตอบคำถาม ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี

 

โออิชิ...นายมีเวลาพอที่จะรับฟังปัญหาของฉันรึเปล่าล่ะ เขาคิดว่าเพื่อนร่วมชมรมคนนี้เหมาะจะเป็นที่ปรึกษา อย่างน้อยคงพอแนะนำอะไรได้บ้าง

 

อื้อ มีสิ ฉันว่างเสมอแหละน่า อีกอย่างนี่ก็ยังไม่หมดเวลาพักเลยด้วย นายมีปัญหาอะไรล่ะ 

 

อืม ฉันน่ะไม่มั่นใจเลย ไม่รู้ด้วยว่าเป็นเพราะอะไร ทำไมคนคนนี้ถึงได้สำคัญต่อชีวิตฉันนั้น เพราะอยู่เคียงข้างมาตลอดรึเปล่า ความรู้สึกที่ฉันมีให้เขาถึงเปลี่ยนไป ไม่ใช่เพื่อน แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เทะสึกะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขามักเก็บอารมณ์ได้ดีเสมอ ความรู้สึกต่างๆหลั่งไหลเข้ามา ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว...

 

เฮ้อ เรื่องของฟูจิสินะ ถ้านายไม่ได้คิดกับฟูจิแค่เพื่อน ก็คง...จะเป็นมากกว่านั้นแหละ เรื่องแบบนี้มีแต่นายเท่านั้นที่รู้นะเทะสึกะ โออิชิกล่าวพลางถอนหายใจเบาๆ เขารู้ดีว่าคนที่เพื่อนของเขาพูดถึงคงไม่ใช่ใครนอกจากผู้ที่มีฉายาว่าอัจฉริยะแห่งเซยงาคุ ทั้งคู่สนิทกันมากก็จริง แต่เขาเองก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเทะสึกะจะรู้สึกแบบนี้กับฟูจิ ถึงอย่างไรก็จะพยายามให้คำแนะนำที่ดีที่สุด

 

แล้วนายคิดว่าฉันควรทำไงล่ะ ถ้าฉันบอกว่าฉันชอบฟูจิมากกว่าเพื่อนธรรมดาทั่วไปน่ะ

 

นายก็ควรจะบอกฟูจิไปตามนั้นนะ ถ้ามัวแต่นิ่งเฉยแล้วเขาจะรู้ได้ยังไง บางทีถ้าเอาแต่แสดงท่าทางอย่างเดียวก็ไม่มีใครรู้หรอกนะว่าคิดยังไง พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืน ทำท่าครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนที่จะหันมาพูดกับคนตรงหน้า

 

เชื่อฉันเถอะ มั่นใจในตัวเองหน่อยสิเทะสึกะ นายทำได้อยู่แล้วน่า แล้วฉันว่าฟูจิเองก็คงจะคิดแบบเดียวกับนายนั่นแหละ อื้ม เห็นทีฉันคงต้องไปแล้ว เจอกันตอนเย็นนะ โออิชิพูดทิ้งท้ายก่อนที่จะวิ่งหายลับไป 

 

เทะสึกะนึกถึงคำพูดของโออิชิตลอดการเรียนคาบบ่าย เขาดูไม่มีสมาธิเอาเสียเลย เขาได้แต่รอให้ถึงเวลาเลิกเรียน ตอนเข้าชมรมเท่านั้น

 

 

 ...ไม่มั่นใจ เพราะกลัวรึเปล่า กลัวจะถูกการปฏิเสธ...

ถ้าฟูจิไม่ได้คิดแบบเดียวกับเขาล่ะ ทุกๆอย่างจะจบลงหรือเปล่า

แต่มันก็จริงอย่างที่โออิชิพูด ยังไงๆก็ต้องลองดู

ถ้ามัวแต่กลัว ก็คงจะเป็นได้แค่นี้ เป็นได้แค่เพื่อน

ทำไมนะ การจะเอ่ยคำว่ารักคำเดียว ทำไมมันถึงยากนัก

 

------------------------------------------------------------

หลักเลิกเรียนเหล่าสมาชิกชมรมเทนนิสต่างพากันซ้อมอย่างแข็งขันอยู่ในคอร์ท ทุกอย่างดูปกติเหมือนเช่นทุกวัน แต่ที่แปลกไปคือทั้งฟูจิและเทะสึกะ...ทั้งคู่ไม่ได้คุยกันเลยตั้งแต่เริ่มฝึกซ้อม ร่างบางเอาแต่หลบตา ไม่กล้ามองยามที่ร่างสูงอยู่ใกล้ๆ

 

เฮ้ โออิชิ วันนี้เทะสึกะกับฟูจิดูแปลกๆไปnya~ คิกๆ แต่ยังไงพรุ่งนี้ก็คงหายล่ะnya~” สัตว์เลี้ยงประจำชมรมเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะเบาๆ ท่าทางอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

 

 

อื้อ คงงั้นแหละนะ นายเองก็ด้วยเหรอเนี่ย คนถูกเรียกชื่อหันมาถาม

 

คิกๆ แน่นอนอยู่แล้ว แต่ถึงฟูจิจะไม่ถามน่ะnya~ ฉันก็ว่าจะคาดคั้นเอาคำตอบให้ได้อยู่ดีแหละnya~ คิกๆ คิคุมารุยังคงหัวเราะคิกคักอยู่ รู้สึกขำกับท่าทีก่อนสารภาพรักของเพื่อนร่วมห้อง

 

เอย์จิ ฉันว่านายหัวเราะมากไปนะ ไปซ้อมกันต่อเถอะ เรื่องของสองคนนนั้นน่ะ เดี๋ยวเย็นนี้ก็เรียบร้อยแล้วล่ะ ฮะฮะ โออิชิยิ้มบางๆ อดหัวเราะไม่ได้จริงๆ

 

 นายก็หัวเราะเหมือนกันแหละnya~” พูดจบคนผมแดงก็ถูกเพื่อนคนข้างๆกึ่งดึงกึ่งลากให้ไปซ้อมต่อ

 

------------------------------------------------------------

ในตอนเย็น เมื่อชมรมเลิก หลังจากการซ้อมที่น่าเหน็ดเหนื่อย สมาชิกส่วนใหญ่กลับบ้านไปแล้ว ยังคงเหลือแต่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นกัปตันและอัจฉริยะของทีม...

 

ฟูจิ วันนี้กลับด้วยกันนะ ถ้านายไม่รีบล่ะก็ เพราะฉันคงต้องไปคุยกับอาจารย์ริวซากิเรื่องการฝึกซ้อมก่อนน่ะ นายรอได้มั้ย คือ...ที่จริงฉันมีเรื่องอยากคุยกับนายด้วยน่ะ เทะสึกะถามขึ้นขณะที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องชมรม ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าไม่ว่าอย่างไรวันนี้ก็ต้องบอกให้ได้

อื้ม ได้สิ ผมไม่รีบหรอก นานแค่ไหนก็รอได้ ผมเองก็มีเรื่องจะคุยกับเธอเหมือนกันร่างบางหันมายิ้มให้คนตรงหน้าเป็นเชิงว่าไม่ต้องห่วงเขาหรอก

 

งั้นฉันไปนะ นายรออยู่ที่นี่แล้วกัน เมื่อพูดจบร่างสูงก็เดินออกไป

เฮ้อ อีกไม่นานแล้วสินะ ที่จะต้องพูดคำคำนั้นน่ะ ฟูจิรำพึงเบาๆกับตัวเองพลางถอนหายไป พยายามไม่ให้รู้สึกตื่นเต้นมากเกินไป เขาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ยาว หลังพิงกำแพง ดวงตาคู่สวยปิดลงช้าๆ

 

...เหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยที่ต้องทนเก็บความรู้สึกของตัวเอง อยากพูดออกไป...

คำคำนี้ คำว่ารัก จะเปลี่ยนทุกอย่างรึเปล่านะ

เรื่องของเรา จะเริ่มต้นหรือจบลงเพราะคำคำนี้ล่ะ คาดเดาไม่ได้เลย

ถึงยังไง ผมก็อยากให้เธอรู้นะ ความรู้สึกของผม ที่จะมีให้เธอคนเดียวเท่านั้น

------------------------------------------------------------

 ...แอ๊ด...

ประตูห้องเปิดออกช้าๆ ร่างสูงที่เพิ่งกลับจากการคุยเรื่องชมรมกับอาจารย์ที่ปรึกษาเดินเข้ามา

 

หืม นี่นายรอฉันจนหลับไปเลยเหรอเนี่ย เทะสึกะพูดกับตัวเองเบาๆ อดยิ้มออกมาไม่ได้ เขาเดินเข้าไปใกล้ๆร่างบางที่นั่งหลับอยู่ ...คนคนนี้ แม้ยามหลับก็ยังดูงดงาม... ร่างสูงค่อยๆเอื้อมมือใบสัมผัสใบหน้าหวานของคนตรงหน้าเบาๆราวกับไม่อยากจะปลุกให้ตื่น

 

อือ...อ๊ะ เทะสึกะ...นี่เธอกลับมาเมื่อไหร่น่ะ ฟูจิรู้สึกตัวขึ้นหลังจากที่พบว่าคนตรงหน้ากำลังเอามือสัมผัสใบหน้าของเขาอยู่ ร่างบางรู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือ...ตื่นเต้น...

ก็เพิ่งมาเมื่อกี้นี้แหละ พอดีเห็นนายหลับอยู่เลยไม่อยากปลุก เทะสึกะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆฟูจิ เขาเองก็รู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย

 

เอ่อ...แล้วตกลงเทะสึกะจะพูดอะไรกับผมเหรอ เอ่ยถามพลางหันหน้ามาหาร่างสูง ความรู้สึกตื่นเต้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าหวานเริ่มขึ้นสีเรื่อๆ

 

อือ แต่ฉันก็จำได้นะว่านายเองก็มีเรื่องจะคุยกับฉันเหมือนกัน ฟูจิ นายพูดก่อนก็ได้ เรื่องของฉันเอาไว้ทีหลังเถอะ เทะสึกะรู้สึกกลัวๆกล้าๆ ยังไงถ้าคุยธุระที่ฟูจิอยากพูดก่อนแล้วค่อยพูดเรื่องนี้ก็ได้ เขาเองก็สังเกตได้ว่าใบหน้าของฟูจิขณะนี้แดงอย่างเห็นได้ชัด

 

 

อ่า ไม่เป็นไรหรอก เรื่องของผมไม่สำคัญเท่าเรื่องของเธอ เทะสึกะพูดก่อนก็ได้ ทั้งๆที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะพูด แต่พอถึงเวลาๆจริงกลับตื่นเต้นจนพูดไม่ออก

 

อ...เอางั้นเหรอ คือที่จริง... ผู้ที่ได้ชื่อว่ากัปตันแห่งเซงาคุกำลังพยายามรวบรวมความกล้าอย่างมากที่จะพูดออกไป มือหนาค่อยๆเลื่อนขึ้นไปจับมืออันบอบบางของคนตรงหน้า ดวงตามคมภายใต้กรอบแว่นยกขึ้นสบตากับร่างบาง

 

...  ฟูจิมีท่าทีเขินอายเล็กน้อยที่จู่ๆร่างสูงก็จับมือเขา หัวใจเต้นแรงแบบไม่เคยเป็นมาก่อน...ผมจะคิดเข้าข้างตัวเองได้มั้ยนะ ว่าเธอก็กำลังจะพูดในสิ่งที่ผมอยากพูด และอยากได้ยินมาโดยตลอด...

 

ฟูจิ ฉันน่ะ ที่จริงก็ไม่รู้หรอกนะว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่านายเป็นคนสำคัญ คงเป็นเพราะว่านายอยู่เคียงข้างฉันมาโดยตลอดฉันถึงไม่เคยสังเกตเลย มารู้ตัวอีกทีฉันก็ขาดนายไม่ได้ซะแล้ว...นายไม่จำเป็นต้องตอบรับคำขอของฉันหรอกนะ ฉันแค่อยากให้นายได้รู้เอาไว้ ว่าฉัน...รักนาย รักมาก...จนขาดไม่ได้เลยล่ะเทะสึกะเอ่ยขึ้นช้าๆ คำบอกรักที่ไม่มีอะไรพิเศษนัก แต่เพราะว่ามาจากใจจริง...คำคำนี้ สำหรับร่างบางแล้ว เป็นคำที่ทำให้หัวใจของร่างบางแทบหยุดนิ่งเลยทีเดียว...

 

ท...เทะสึกะ เธอ... ฝ่ายถูกบอกรักพูดไม่ออก ความรู้สึกต่างๆนานาถาโถมเข้ามาในใจ ไม่กล้า ไม่แม้แต่จะคิดว่าจะได้รับคำคำนี้จากคนตรงหน้า คนที่เขารัก...จนไม่มีใจไปรักใครได้อีก

 

ฉันรู้ว่าบางทีมันอาจจะเป็นความคิดที่แปลกน่ะนะ แต่ฉันก็อยากให้นายรู้จริงๆ ยังไงเราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้เหมือนเดิมใช่มั้ย ร่างสูงลุกขึ้นยืน พยายามข่มอารมณ์ไม่ให้แสดงออกมามากเกินไป เริ่มกลัวที่คนคนนี้จะปฏิเสธ ไม่อยากให้สิ่งที่คิดอยู่เป็นจริงขึ้นมา

 

เดี๋ยวสิเทะสึกะ คือ...ผมยังไม่ได้บอกเลยนะว่าผมไม่รักเธอน่ะ อัจฉริยะหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้ ใบหน้าหวานแสดงให้เห็นว่ามีความสุขแค่ไหนที่ได้ยินคำคำนี้จากปากของคนตรงหน้า

 

ฟูจิ...นาย...คนที่ถูกเรียกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ตกใจปนสงสัย

 

 

อื้ม ผมก็รักเทะสึกะเหมือนกัน ใบหน้าสวยขณะนี้กลายเป็นสีแดงเรื่อด้วยความอายอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ต้องแดงขึ้นเมื่อจู่ๆเทะสึกะก็ดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมกอด อ้อมกอดที่อบอุ่น

...ความรู้สึกนี้ ที่โหยหามาโดยตลอด...

หัวใจของทั้งคู่เหมือนถูกเติมเต็ม

เติมเต็มซึ่งกันและกัน ด้วยความรัก

ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว มีความสุข ความสุขที่เกิดจากความรักที่มีให้กัน

 

ขอบคุณนะฟูจิ ขอบคุณที่รักคนอย่างฉัน คนที่เป็นฝ่ายโอบกอดกล่าวขึ้นท่ามกลางความเงียบ บรรยากาศยามเย็นเมื่อพระอาทิตย์ตกเดิน แสงแดดอ่อนๆสะท้อนเข้ามาในห้อง ...งดงาม... แต่ถึงอย่างไรเขาก็คิดว่าคนในอ้อมกอดเขาก็ยังคงงดงามยิ่งกว่า ใบหน้าหวานสวยราวกับเทวดา รอยยิ้มที่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังอยากเห็นเสมอ อยากเก็บรอยยิ้มนี้เอาไว้คนเดียวเท่านั้น...

เทะสึกะ...ผมขออะไรอย่างนึงได้มั้ย ฟูจิถามขึ้น ดวงตาคู่สวยมองไปยังใบหน้าอันหล่อเหลาของคนที่ตนเอ่ยชื่อ

อืม ว่ามาสิ ฉันพร้อมจะให้นายเสมอ ร่างสูงขยับหน้าเข้าใกล้ ใบหน้าสวยช่างหน้าหลงใหลนัก บัดนี้ เขาไม่อาจละสายตาออกจากคนตรงหน้าได้เลย

ผมอยากให้เธอ อยู่เคียงข้างผมตลอดไป เป็นคนที่คอยปกป้องผม เป็นคนที่ผมรัก...ตลอดไป ได้มั้ย

 

ถ้าจะให้เป็นคนที่นายรักตลอดไปน่ะได้อยู่แล้วล่ะ แต่จะให้ฉันอยู่เคียงข้างและปกป้องนายตลอดไป มันคงเป็นไปไม่ได้หรอกนะ เพราะว่าซักวัน ไม่ช้าก็เร็ว เราก็ต้องแยกจากกันอยู่ดี เทะสึกะตอบคำถามของฟูจิ ไม่อยากให้คนคนนี้คาดหวังอะไรจากเขามากนัก ไม่อยากให้คนที่รักต้องผิดหวัง เขาไม่ใช่คนที่ดีพอจะอยู่เคียงข้างใครซักคนได้ตลอดเวลา...และตลอดไป...

 

...เทะสึกะ... ฟูจิเอ่ยชื่อคนรักด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวังเล็กน้อย ไม่เข้าใจคำพูดของคนตรงหน้า

 

แต่ถ้าถึงวันนั้นเมื่อไหร่ ก็ขอให้นายคิดเอาไว้เสมอนะว่าฉันคนนี้น่ะ จะยังคงอยู่ในนี้...ในใจของนาย แล้วก็จะอยู่ตลอดไปด้วย ร่างสูงพูดขึ้นพลางชี้บริเวณหัวใจ ยิ้มบางๆพร้อมกับประทับจูบอันแผ่วเบาที่ริมฝีปากของคนในอ้อมกอด ถึงแม้จะไม่ใช่จูบที่ร้อนแรงและดูดดื่ม แต่ก็เป็นจูบแรกที่อ่อนหวาน ร่างเล็กมีทีท่าเขินอายเล็กน้อยแต่ก็ไม่ขัดขืน ...จูบครั้งนี้ ช่างเป็นความรู้สึกที่เนิ่นนานนัก...

 

 

รู้มั้ยว่ารักน่ะ ถึงไม่ทำแบบนี้ผมก็รักเธอจะแย่อยู่แล้วนะ ฟูจิพูดขึ้นหลังจากที่เทะสึกะถอนริมฝีปากออก ใบหน้าที่บัดนี้ขึ้นสีแดงรับกับแสงอาทิตย์ยามเย็นดูงดงามกว่าครั้งไหนๆ

 

อื้ม รู้สิ ฉันเองก็ไม่ต่างจากนายหรอก รัก......รักมาก......รักมากที่สุด... เทะสึกะกล่าวคำบอกรักเบาๆที่หูของคนตรงหน้า

 

...เพราะแบบนี้ ฉันถึงอยากอยู่เคียงข้างนาย...

อยากจะอยู่...ตลอดไป จะรักนายจนชีวิตฉันไม่สามารถรักใครได้อีก

 

จากเพื่อนสนิทที่อยู่ข้างๆกันมาตลอด กลายเป็นมากกว่านั้น

นายเข้ามาอยู่ในใจฉันมากขึ้น มากขึ้น จนใจฉันมีแต่นายคนเดียว

 

ไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลย ว่ารักนายมากขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่

แม้กระทั่งปัจจุบัน หรือในอนาคต ก็จะยังรักนาย

...จะรักมากขึ้น มากขึ้นทุกวัน...

 

--- Please Stay by my Side, Fuji ---

 

 

 

 

***END***

 

---TALK---

เหอๆ ยาวพอมั้ยคะ กร๊าก ใช้เวลาแต่งเกือบสองวัน ตั้งแต่สอบเสร็จ วันพฤหัสฯบ่ายๆ วันศุกร์ทั้งวันค่ะ เหอๆ เมื่อคืนนอนเที่ยงคืนเชียวนะคะ แล้วตื่นมาเรียนตอน7 โมง สุดยอด ง่วงมากมายค่ะ(แต่เกือบชินแล้ว) ตื่นมามึนๆอีกแน่ะ แต่เพื่อปุริ เราทำได้ค่า เหอๆ สู้ชีวิตเพื่อเจ้าชาย กร๊าก(ทุเรศ)

 

กลับมาเรื่องฟิค พล็อตนี้คิดไว้ตั้งแต่ก่อนสอบค่ะ เหอๆ แต่เพราะว่าใกล้สอบเลยไม่กล้าแต่ง(ทั้งๆที่แต่งแล้วคะแนนก็ห่วยเหมือนเดิม) เกิดจากความอยากค่ะ แต่งสนองตัณหาชัดๆ ฟิคเทะฟูน่ะ มันหายาก(เหรอ?) อ่านกี่เรื่องก็ไม่เคยพอค่ะเรา อยากอ่านเทะฟูจัด แต่งเองก็ได้ฟร้า มันเลยออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ หุหุ ไร้สาระเนอะ

 ชื่อเรื่อง Stay by my Side อ่า สิ้นคิดค่ะ ที่จริงมันเป็นชื่อเพลงของเจ๊ไม คุรากิค่ะ นักร้องคนโปรดของเราเอง อุฮิ เพลงนี้ดังพอสมควรนะคะ มีเวอร์ชั่นอังกฤษด้วย (แต่เราหาโหลดไม่ได้ฟร่ะ) แรงบันดาลในมาจากเพลงนี้ค่า เหอๆ นึกถึงเทะฟู สนิทกันขนาดนั้นเน้อ เหมือนตัวติดกัน(ตรงไหน? จิ้นเองทั้งนั้น) เลยให้ความรู้สึกว่าต่างคนต่างอยากอยู่เคียงข้างกันและกัน โอ้ว เน่าชะมัด เอิ้ก อ่านจบแล้วติได้นะคะ ขว้างปาข้าวของก็ได้ สครีมก็ได้ ด่าก็ได้เอ้า เรารู้ตัวว่ามันเน่า ใช้เวลาแต่งก็นานยังออกมาไม่ได้เรื่องอีก เหอๆ

แจกเพลงค่ะ หุหุ เพราะมวากค่ะ เจ๊ไมสุดยอดดดด~~

Mai Kuraki - Stay by my side 

 

แปะเนื้อฉบับอังกฤษค่ะ